ลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นอย่างปลอดภัยและได้ผลรวดเร็ว

โดย นพ. รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์

          คงไม่มีใครอยากให้หน้าเหี่ยว หน้าแก่ก่อนวัย หรืออยากมีริ้วรอยเหี่ยวย่นที่จะทำให้หน้าดูสูงอายุ การรักษาผิวหน้าด้วยการกำจัดริ้วรอยเหี่ยวย่น จึงเป็นวิทยาการที่ต้องการของผู้ที่อยากมีใบหน้าที่สดใส ไร้ริ้วรอย และดูอ่อนกว่าวัย

          วิธีการลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น มีหลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มีริ้วรอยชนิดใด ซึ่งริ้ยรอยเหี่ยวย่นมี2ชนิดใหญ่ๆด้วยกัน
1.    ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า(Dynamic lines)  ริ้วรอยชนิดนี้เกิดขึ้นจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อเป็นหลัก เปรียบเสมือนกับเราเอามือขยุ้มกระดาษแล้วเกิดเป็นรอยยับ ก็เหมือนกับกล้ามเนื้อที่บีบตัว ทำให้ผิวหนังเกิดรอยยู่เป็นริ้วรอยเกิดขึ้น ตัวอย่างของริ้วรอยชนิดนี้ ได้แก่ รอยตีนการอบดวงตา รอยย่นขมวดคิ้ว รอยย่นหน้าผาก รอยที่คาง และรอยย่นที่คอ เป็นต้น ถ้าเรายังคงไม่รักษา ปล่อยให้รอยเกิดอยู่อย่างนั้น รอยที่ว่านี้ก็จะเกิดลึกขึ้นๆ และรอยใหม่ๆก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษารอยเหี่ยวย่นชนิดนี้ ต้องอาศัยวิธีคลายการบีบตัวของกล้ามเนื้อ ด้วยการรักษาด้วยโบท็อกซ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยแล้ว ยังทำให้ริ้วรอยหายได้อย่างชัดเจน และยังช่วยป้องกันรอยใหม่ๆไม่ให้เกิดขึ้นอีกด้วย
2.    ริ้วรอยที่เกิดจากคอลลาเจนเสีย(Static lines) คอลลาเจนเป็นตัวทำให้ผิวเรียบ ถ้าคอลลาเจนเสื่อมลง ริ้วรอยก็จะเริ่มเกิดขึ้น ปกติคนเราเมื่ออายุ20ปีเป็นต้นมา คอลลาเจนจะเสื่อมลงมากกว่าการสร้าง ดังนั้นผิวจะเริ่มเกิดรอยย่น และหย่อนยานหลังจากอายุ20ปี และริ้วรอยก็จะเป็นมากขึ้นๆทุกๆวัน การรักษารอยชนิดนี้ สามารถทำได้2วิธี วิธีแรกคือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยเลเซอร์ และการใช้Filler ชนิดHyaluronic acidsเพื่อเติมเต็มริ้วรอย

 

ลบเรือนริ้วรอยด้วยโบท็อกซ์

          โบท็อกซ์เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่รับการคิดค้นมามากกว่า100ปี เดิมใช้สำหรับรักษาโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อเกร็งตัว เช่นโรคกล้ามเนื้อกระตุกที่หน้า ที่คอ หรือเด็กที่เป็นโรคทางสมองที่มีกล้ามเนื้อแขนขาเกร็ง ต่อมาพบว่าโบท็อกซ์สามารถทำให้รอยย่นที่เกิดกล้ามเนื้อเกร็งตัวลดลงได้ ดังนั้นจึงนิยมมารักษารอยย่นซึ่งได้ผลดี และปลอดภัย ซึ่งโบท็อกซ์สามารถใช้ลดริ้วรอยตีนการอบดวงตา รอยย่นหว่างคิ้ว รอยย่นหน้าผาก รอยย่นรอบปาก รอยย่นที่คาง และรอยย่นที่คอ นอกจากใช้ลดริ้วรอยแล้ว โบท็อกซ์ยังช่วยลดการหย่อนคล้อยของหน้าและลำคอให้ยกกระชับขึ้น สามารถใช้ปรับยกหางตาที่ตก ปรับรูปร่างของทรงคิ้ว ปรับโครงหน้าให้หน้าเรียวเล็กลง และทำให้น่องเรียวเล็กได้ รวมทั้งยังใช้ในการักษาภาวะไมเกรนและเหงื่อออกมากได้ผลดีมากอีกด้วย

สารเติมเต็มHyaluronic acids

          ริ้วรอยบางอย่างที่เป็นร่อง ถ้าจะให้เห็นผลได้ดี ต้องอาศัยตัวเติมเต็ม(Filler) โดยสารที่นิยมใช้ ได้ผลดี และปลอดภัย คือ Hyaluronic acids ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติเหมือนกับผิวหนังของมนุษย์อยู่แล้ว เป็นตัวที่ทำให้ผิวเราชุ่มชื้น เต่งตึง ซึ่งร่างกายเราจะสลายสารนี้ทุกๆวัน ผิวเราจึงเกิดริ้วรอยและหย่อนยานขี้นเรื่อยๆ เมื่อเราเติมเต็มสารนี้ไปบริเวณที่เป็นริ้วรอย ริ้วรอยก็จะหายไปหรือลดลงทันที และร่างกายเราก็จะย่อยสลายสารตัวนี้ให้หมดไป ภายในเวลา8เดือนถึง1ปีกว่า ดังนั้นสารนี้จึงปลอดภัย ไม่ไหล ไม่สะสม และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย เพราะเป็นสารที่โครงสร้างเหมือนสารในร่างกายเราอยู่แล้ว และไม่อยู่อย่างถาวร ซึ่งต่างจากซิลิโคนที่เป็นสารแปลกปลอม อยู่อย่างถาวร แต่เป็นสารต้องห้ามที่มีอันตราย

          บริเวณที่นิยมใช้การรักษาด้วยHyaluronic acidsนี้คือ ริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยร่องมุมปาก และริ้วรอยอื่นๆที่แก้ไขด้วยโบท็อกซ์ไม่ได้หรือแก้ไขด้วยโบท็อกซ์ดีขึ้น แต่ยังไม่หมด

          นอกจากนี้Hyaluronic acidsยังนิยมใช้เติมจมูกให้โด่งสวยได้ทันที โดยไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องพักฟื้น การรักษาด้วยวิธีนี้จึงเป็นที่นิยมสูงมาก การเติมสารHyaluronic acidsยังใช้เติมเต็มส่วนบกพร่องบริเวณอื่นได้อีก เช่น เติมโหนกแก้มให้นูนขึ้น เติมแก้ขมับตอบ เติมให้คางยาวได้รูป เติมร่องตาให้สดใสไม่อิดโรย และเติมเต็มแก้มตอบให้หน้าดูสวยและ แลดูอ่อนวัยลง โดยเป็นสารที่ปลอดภัย และผ่านการรับรองแล้ว

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยเลเซอร์

          เลเซอร์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นผิวหนังให้สร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถใช้ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นจากการเสื่อมขอลคอลลาเจนได้ ซึ่งปกติเลเซอร์สร้างคอลลาเจนจะมี3กลุ่มด้วยกัน

1.    เลเซอร์แบบถลอกผิวออก(Ablative laser resurfacing) ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่ยิงเปิดผิวให้เป็นแผล และให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีเร็ว แต่ปัจจุบันไม่มีการทำแล้ว เพราะเจ็บมาก และส่วนมากคนไข้ทนกับการเป็นแผลไม่ได้ ต้องหยุดงานหรือหยุดเรียนหลายวัน
2.    เลเซอร์แบบไม่มีแผล(Non-ablative laser resurfacing) วิธีนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะคนไข้ทำแล้วไม่มีแผลไม่มีร่องรอย ทำเสร็จแล้วสามารถไปไหนมาไหนตามปกติ แต่เมื่อเทียบผลแล้ว จะช้ากว่ากลุ่มแรก
3.    เลเซอร์แบบแฟรคชั่น (Fractional laser resurfacing) เป็นวิธีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถทำให้เลเซอร์ลงไปกระตุ้นคอลลาเจนได้ลึก โดยไม่มีแผล ดังนั้นจึงได้ผลดีเร็วพอๆกับเลเซอร์กลุ่มแรก แต่ไม่เจ็บเท่า และไม่ต้องหยุดพักฟื้น แต่อาจมีรอยแดงๆและลอก4-5วันหลังจากทำเลเซอร์

          การรักษาด้วยเลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจนนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว ยังช่วยรักษาปัญหารอยหลุมสิว ผิวหยาบไม่เรียบ ผิวหย่อนคล้อย รวมทั้งปัญหารูขุมขนกว้างอีกด้วย การรักษาด้วยเลเซอร์คอลลาเจน จึงทำให้ผิวหน้าเนียนเรียบขึ้น และกระชับรูขุมขน

          อย่างไรก็ตามปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และบางคนอาจมีริ้วรอยหลายชนิดเกิดร่วมกัน การรักษาที่ได้ผลดีและควรใช้วิธีใด จึงควรอาศัยการวิเคราะห์และคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอย่าง เหมาะสมครับ

INFORMATION

  • Star Review
  • About Our Shop
  • How to
  • Privacy Policy
  • Delivery Information

CUSTOMER CARE

  • Contact Us
  • Site Map
  • Top Sales & Best Seller
  • Gift Vouchers
  • Best Sellers

YOUR ACCOUNT

  • Order Status
  • My Wishlist
  • Delivery Address
  • Order History
  • Newsletter

GET IN TOUCH

บริษัท กรุ๊ป รัสมิ์ภูมิ จำกัด
เบอร์โทรศัพท์
084-451-0500

Dr Rassapoom Fanpage Rassapoom Skin Clinic Twitter Rassapoom Skin Clinic Instragram Rassapoom Skin Clinic Youtube